Posts

Showing posts from July, 2021

Future Perfect Cont

  1.แบบมีเหตุการณ์เดียว    ส่วนมากจะระบุเวลาในอนาคตด้วย เช่น I  will have been eating breakfast  for 30 minutes at 8 o’clock tomorrow. ฉันจะได้กำลังกินข้าวเช้าเป็นเวลา 30 นาทีแล้ว ณ เวลา 8 นาฬิกา วันพรุ่งนี้ หมายความว่า พรุ่งนี้ฉันจะเริ่มกินข้าวเช้าเวลา 7.30 นาฬิกา พอถึงเวลา 8 นาฬิกา ฉันก็กินข้าวมาแล้ว 30 นาที ถ้าคุณมา 8 โมงละก็ กับข้าวก็จะไม่เหลือแล้ว ฉะนั้นถ้าจะมาต้องมาก่อน 7 โมง At 10 o’clock tomorrow,  we will have been working  on farm for two hours. เวลา 10 นาฬิกาพรุ่งนี้ พวกเราจะได้กำลังทำงานในฟาร์ม เป็นเวลา 2 ชั่วโมงแล้ว หมายความว่า พรุ่งนี้ตอนเช้าเวล 10 นาฬิกา พวกเราก็จะได้ทำงานมาแล้ว 2 ชั่วโมง ถ้าคุณอยากมา 10 โมงก็ไม่ต้องแล้ว เพราะคงไม่มีอะไรให้ทำแล้ว 2.แบบมีสองเหตุการณ์ (เหตุการณ์ที่ได้ดำเนินมาแล้วระยะหนึ่งใช้  Future Perfect Continuous  อีกเหตุการณ์หนึ่งใช้ Present Simple) You  will have been waiting  for two  hours when the plane  arrives. คุณจะได้กำลังรอ เป็นเวลาสองชั่วโมง เมื่อเครื่องบินมาถึง สมมติว่า พรุ่งน...

Present Perfect Cont

  กลุ่มคำที่แปลว่าเป็นสัมผัสทั้งห้า  love like hate smell การทำของหาย การลืม ไม่สามารถเป็น .ING ได้ ตัวอย่าง เปรียบเทียบระหว่าง present perfect กับ present perfect continuous เพื่อให้เห็นความแตกต่าง He’ s worked  in the garden since 8 o’clock. เขาทำงานในสวนตั้งแต่ 8 โมงเช้า (อาจจะทำบ้าง นั่งพักบ้าง แต่ว่าเริ่มทำตั้งแต่ 8 โมง) He’ s been working  in the garden since 8 o’clock. เขาทำงานในสวนตั้งแต่ 8 โมงเช้า (ทำแบบไม่หยุดพักเลย ตั้งแต่ 8 โมงเรื่อยมา แบบว่าขยันมากๆ) It  has rained  for three hours. ฝนตกเป็นเวลา 3 ชั่วโมง (ประโยคนี้เป็นแบบธรรมดา ไม่เน้น) It  has been raining  for three hours. ฝนตกเป็นเวลา 3 ชั่วโมง  (ประโยคนี้ผู้เขียนอยากให้เห็นภาพว่า ฝนตกแบบไม่ขาดสายต่อเนื่องมาจนบัดนี้) A boy  has played  football since 3 o’clock. เด็กชายเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 3 โมง (เล่นไป พักไปถ้าเหนื่อย) A boy  has been playing  football since 3 o’clock. เด็กชายเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 3 โมง (วิ่งอยู่ในสนามตลอด เหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย) I’ ve ...

on time/in time

On time กับ In time คืออะไรและต่างกันอย่างไร? มาช้ายังดีกว่าไม่มา คงเป็นสำนวนที่คุ้นหูที่มักพบในเวลาที่คนที่คุณนัดนั้นมาสายหรือมาไม่ตรงเวลา ในความเป็นจริงแล้วเรื่องเวลาเป็นสิ่งจำเป็น เพราะไม่สามารถทำให้เวลานั้นหวนคืนกลับมาได้ และที่สำคัญหากการที่คุณไม่สามารถตรงต่อเวลาได้หรือที่ภาษาอังกฤษพูดว่า Be Punctual นั้นก็อาจทำให้คุณพลาดสิ่งสำคัญในชีวิตไปได้เลย วันนี้ บริติช เคานซิล เลยอยากพาคุณมาเรียนรู้กับคำที่เกี่ยวข้องกับเวลาอย่างเช่น On time กับ In time ถ้าคุณพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลย On time นั้นมีความหมายซึ่งหมายถึงตรงเวลา ซึ่งมักใช้ในสำนวนที่เกี่ยวกับเวลาที่นัดหมายในการประชุม การจัดเลี้ยงซึ่งผู้จัดงานหรือผู้นัดหมายนั้นต้องการให้ผู้ร่วมการประชุมนั้นมาตรงต่อเวลา ตัวอย่างประโยคสำหรับ On time: Please be on time for the meeting. หมายถึงกรุณามาให้ตรงเวลาการประชุม In time นั้นมีความหมายที่ต่างจาก On time แต่ก็ยังเกี่ยวข้องกับเวลาซึ่งหมายถึง ทันเวลา ตัวอย่างประโยคสำหรับ In time: I arrived the train station just in time.

Raise/Rise

หลายคนคงเคยสับสนกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่มีรูปคำคล้ายกันแถมความหมายยังเหมือนกันเช่นสองคำนี้ Raise กับ Rise แม้ว่าดูผิวเผินศัพท์สองคำนี้จะคล้ายกันมากจนทำให้หลายคนใช้ผิด แต่จริง ๆ แล้วสองคำนี้มีการใช้งานแตกต่างกันอยู่ มาดูคำอธิบายให้เข้าใจกันได้เลยค่ะ Raise จำให้ดี คำนี้เป็นสกรรมกริยา Raise มีความหมายว่า ยกขึ้น ชูขึ้น ยกระดับ ส่งเสริม เพาะปลูก ทำหน้าที่เป็นสกรรมกริยา (transitive verb) หรือ กริยาที่ต้องการกรรมมารองรับในประโยค ดังตัวอย่างต่อไปนี้ When you want to ask, you can raise your hand. (เมื่อคุณต้องการที่จะถาม คุณสามารถที่จะยกมือได้) The company raises saraly for any hard worker. (บริษัทขึ้นเงินให้กับใครก็ตามที่ขยันทำงาน) I want to raise vagetables in my garden. (ฉันอยากจะปลูกผักในสวนของฉัน) Students raise a flag at 8 o’clock everyday. (นักเรียนจะเชิญธงเวลาแปดนาฬิกาทุกวัน) จะเห็นได้ว่า หลัง raise ในทุกประโยคจะมีกรรมมารองรับ ซึ่งเป็นคำที่ขีดเส้นใต้ หากไม่มีกรรมมารองรับก็จะเป็นประโยคที่ไม่ครบสมบูรณ์นั่นเอง Rise จำให้ดี กริยาคำนี้ไม่ต้องการกรรม Rise ออกเสียงว่า ไรส์ มีความหมายว่า ลุกขึ้น...

Past continuous

Image
Past continuous tense เป็นประโยคที่กล่าวถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอดีตเสมือนว่าเรานั่งไทม์แมชชีนไปจ้องมองดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอดีตอย่างไรอย่างนั้นเลย เพื่อให้เข้าใจ เรามาดูโครงสร้างประโยคก่อนค่ะ โครงสร้างประโยค Past continuous tense ประโยคบอกเล่า   S + was/were + V.ing       He was playing football yesterday at 10 am. ประโยคปฏิเสธ   S + was/were + not + V.ing       He was not playing football yesterday at 10 am. ประโยคคำถาม   Was/Were+ S + V.ing       Was he playing football yesterday at 10 am?

Pretest 62_1

rub (รับ) vt. ถูก,ขัด,สี,เสียดสี,นวด,ลูบ vi. ถูออก,ขัดออก,เสียดสี n. การถู,การขัด,การสี,การนวด,การลูบ,สิ่งระคายเคือง,อุปสรรค,ความลำบาก,  Syn.  spread,chafe,contact,obstacle rub ber (รับ'เบอะ) n. ยาง,ผู้ถู,ผู้นวด,ยางลบ,ถุงยาง (คุมกำเนิด) ,ผู้ฆ่าคน,อุปสรรค,สิ่งกีดขวาง adj. ทำด้วยยาง,เกี่ยวกับการผลิตยาง,  Syn.  India  rub ber,natural  rub ber,gum elastic,caoutchouc rub ber band n. ยางรัด,แถบยางรัด rub ber-stamp (-สแทมพฺ) adj. ซึ่งประทับตรายาง,อนุมัติตามพิธีโดยไม่ได้พิจารณาก่อน rub bing (รับ'บิง) n. การถู,การนวด rub bish (รับ'บิช) n. ของเสีย,ขยะ,สวะ,สิ่งที่เหลวไหล,สิ่งที่ไร้สาระ,สิ่งที่ไร้ค่า,  Syn.  refuse,trash,debris   lb. (pound)   libra หมายถึง  ตาชั่ง, ความสมดุล pound มาจาก ภาษาละติน คำว่า pondus หมายถึง  น้ำหนัก 1 ปอนด์ มีค่าเท่ากับ 16  ออนซ์ 7,000  เกรน 0.453 592 37  กิโลกรัม [1] Tortoise (ทอร์เทิส) คือ เต่าที่อาศัยอยู่บนพื้นดิน แต่ Turtle (เทอร์เทิล) อาศัยอยู่ในน้ำ เต่าสองประเภทนี้มีลักษณะที่แตกต่างกันด...

Belly, Tummy, stomach

Stomach: technical and neutral term Belly: informal and also often coupled with "big" or "fat" to suggest a person is overweight or obese Tummy: a child's word for stomach or used by a parent asking a child "do you have a sore tummy?";

Mistake Fault Error Defect Bug

Image
 mistake - (n) ข้อผิดพลาด (v) เข้าใจผิด/ตีความผิด Mistake คือ ความผิดพลาดที่เกิดได้ทั่ว ๆ ไป เกิดจากความไม่ได้ตั้งใจ ไม่ใส่ใจ ขาดทักษะหรือประสบการณ์ Error คือ ความผิดพลาดที่เกิดจากความขาดความรู้ ทำให้มันต่างไปจากกฏหรือเกณฑ์ที่ได้ตั้งไว้ หรือข้อเท็จจริงที่ควรจะเป็น และจะค่อนข้างทางการกว่า mistake mistake กับ fault ใช้ต่างกันยังไง/mistake=ข้อผิดพลาด fault = ข้อบกพร่อง+ความรับผิดชอบต่อสิ่งนั้น เป็นความแตกต่างกันเล็กน้อยครับ

Vocab S-Z

Vocab L-R

L   M N O P Q R S

Vocab A-K

เปรียบเทียบ Contrast, Comparison

  มาดู Contrast กันก่อนซึ่งก็คือการเปรียบเทียบสิ่งที่ตรงกันข้ามของกันและกันนั่นเอง มาลองดูคำเชื่อมที่สามารถนำมาใช่เปรียบเทียบสิ่งที่แตกต่างกันดังนี้ Contrast = ความแตกต่าง, ตรงกันข้าม However แปลว่า อย่างไรก็ตาม Nevertheless แปลว่า แม้กระนั้น ,อย่างไรก็ตาม Nonetheless แปลว่า แม้กระนั้น ,อย่างไรก็ตาม Still แปลว่า ยัง Although , though , even though แปลว่า แม้ว่า But แปลว่า แต่ Yet แปลว่า แต่ Despite, In spite of แปลว่า ถึงแม้จะมี, แม้จะมี In contrast, In comparison แปลว่า ในทางตรงกันข้าม ,ในการเปรียบเทียบ While, whereas แปลว่า ในขณะที่ On the other hand แปลว่า ในทางกลับกัน On the contrary แปลว่า ในทางตรงกันข้าม จากคำเชื่อมการเปรียบเทียบสิ่งที่แตกต่างกันข้างต้นก็จะพบว่าเป็นคำที่แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ตรงข้ามกับประโยคหรือเนื้อความก่อนหน้า เพื่อเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่างหรือแนวคิดของมุมมองอีกด้านหนึ่งนั่นเอง การเปรียบเทียบ (COMPARISON) Comparison = การเปรียบเทียบ, อุปมาอุปมัย Similarity แปลว่า ความคล้ายคลึงกัน, การเทียบ Likewise แปลว่า ในทำนองเดียวกัน Also แปลว่า นอกจากนี้ยั...